Finn Food Delivery The Hero สองล้อ...รับส่งอาหารเพื่อคนอยู่บ้าน รับ-ส่งอาหารในยามวิกฤตไวรัสโควิด-19

Last updated: May 11, 2020  |  449 จำนวนผู้เข้าชม  |  Yamaha Review

Finn Food Delivery The Hero สองล้อ...รับส่งอาหารเพื่อคนอยู่บ้าน รับ-ส่งอาหารในยามวิกฤตไวรัสโควิด-19

     นับตั้งแต่ภาครัฐได้รณรงค์ให้ประชาชนหยุดอยู่บ้านในสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่ได้ระบาดไปทั่วประเทศไทย จนทำให้บุคคลกรทางการแพทย์ต้องทำงานอย่างหนัก และเพื่อยับยั้งเชื้อร้ายนี้ไม่ให้ติดต่อกัน ทำให้หลายๆ สำนักงาน หลายๆ องค์กร มีนโยบายให้พนักงานทำงานอยู่บ้าน อีกทั้งตัวเลขของผู้ติดเชื้อที่มีจำนวนมาก ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ออกจากบ้าน แม้ในเวลาหิวก็ได้ใช้การสื่อสารผ่านทางแอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับอาหาร ดำเนินการให้อีกหนึ่งอาชีพที่ใช้ชีวิตในการขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นผู้นำสารถึงปากประตูบ้าน กับเหล่า “The Hero Food Delivery...ฮีโร่สองล้อเพื่อท้องอิ่ม” ที่กลายเป็นอีกหนึ่งแนวหน้าที่อยู่นอกบ้านใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนนรับส่งอาหารให้ทุกๆ คนได้อิ่มท้อง ซึ่งในวันนี้เราจะมาเกาะติดชีวิตของเหล่า ฮีโร่ ฟู๊ด เดลิเวอร์รี่โดยมีรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟินน์ เป็นยานพาหนะในการเดินทาง



     Finn Food Delivery… The Hero สองล้อ...รับส่งอาหารเพื่อคนอยู่บ้าน ภารกิจในครั้งนี้เราไปเกาะติดชีวิตของน้องๆ ชาว Grab Food Deelivery “น้องอู๋” นายพงษ์ภัสภ์ ชัยวิทยกาญจน์ เด็กหนุ่มวัย 22 ปีจากรั้วมหาวิทยาลัยปีที่ 3 ที่นอกจากจะเป็นนักศึกษาแล้ว ยังมีอาชีพเสริมด้วยการประกอบอาชีพนักดนตรี และในยามว่างจากเวลาเรียนมาขับขี่รถจักรยานยนต์ในฐานะพนักงานส่งอาหารให้กับหน่วยงาน Delivery ชื่อดัง GRAB แต่ด้วยสภาวะการระบาดของไวรัสโควิด-19 จนทำให้รัฐบาลประกาศปิดสถานบริการหลายๆ พร้อมทั้งประกาศเคอร์ฟิวตั้งแต่เวลา 22.00 น. ถึง 04.00 น. ทำให้ “น้องอู๋” ต้องใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเป็นพนักงานส่งอาหารอย่างเต็มตัว “ผมเรียนอยู่ปี 3 ครับ พร้อมทั้งส่งตัวเองเรียนกับการทำงานเป็นดนตรี ช่วง 6-7 เดือนมานี้ ผมก็เริ่มที่จะหาอาชีพเสริมด้วยการเป็นพนักงาน Delivery กับทาง Grab ซึ่งก็อาศัยช่วงที่ไม่มีเรียนก็ขี่รถทำงาน วันๆ นึงก็ต้องอยู่บนถนนประมาณร้อยกว่ากิโล บางวันก็มากกว่าเพราะบางทีก็ต้องขี่รถไปส่งของที่ไกลๆ”



     “Finn Food Delivery… The Hero สองล้อ...รับส่งอาหารเพื่อคนอยู่บ้าน” จะใช้ยามาฮ่า FINN รถครอบครัวพรีเมี่ยม 4 จังหวะ 115 ซีซี. เป็นยานพาหนะคู่กาย โดยก่อนการขับขี่ได้เติมน้ำมันแก๊สโซฮออล์ 95 เต็มถังพร้อมเริ่มรับงานในทันที “ส่วนใหญ่ผมจะมารอรับงานที่ห้างสรรพสินค้าสามย่านมิตรทาวน์ครับ” น้องอู๋ขับขี่รถยามาฮ่า ฟินน์ เดินทางไปห้างสรรพสินค้าสามย่านมิตรทาวน์ในทันที พร้อมทั้งได้เรียนรู้ทำความเข้าใจในการขับขี่รถยามาฮ่า ฟินน์ “ปกติผมใช้รถออโต แต่ก็ขี่รถมีเกียร์เป็นอยู่ครับ ไม่ต้องห่วง” ทันทีที่ถึงห้างสามย่านมิตรทาวน์เพียงครู่เดียว แอพพลิเคชั่น Grab ก็ส่งสัญญาณเตือนขึ้นมา น้องอู๋กดรับงานในทันที พร้อมนำยามาฮ่า ฟินน์ ขับขี่เข้าไปสู่ลานจอดรถสำหรับ Food Delivery



     หลังจากนั้นน้องอู๋ก็ขึ้นไปสั่งอาหารพร้อมถือถุงอาหารลงมายังจุดจอดรถ พร้อมขับขี่ยามาฮ่า ฟินน์ เดินทางไปสู่เป้าหมายในทันที “โชคดีเลยครับ มาถึงได้แป๊ปเดียวก็มีออเดอร์เลย ระหว่างที่เดินขึ้นไปก็มีอีกหนึ่งออเดอร์ตามมา ซึ่งเส้นทางอยู่ในแนวเดียวกันครับ เราไปกันเลย” น้องอู๋บอกทีมงานในขณะที่จัดถุงอาหารว่างใส่ไปในกล่องเก็บอาหาร จากนั้นก็เสียบกุญแจสตาร์ทรถยามาฮ่า ฟินน์ ออกตัวในทันที เท่าที่สังเกตน้องอู๋ดูจะคล่องแคล่วในการขับขี่รถครอบครัว แม้ในชีวิตประจำวันจะใช้รถออโตเมติกที่มีความสะดวกสบายกว่า แต่ด้วยความง่ายของยามาฮ่า ฟินน์ เริ่มจากสวิทช์กุญแจที่นอกจากจะไว้สตาร์ทเครื่องยนต์ยังสามารถเปิดเบาะและล็อคคอรถในจุดเดียวเหมือนสวิทช์กุญแจรถออโต “น้องอู๋” ขี่ยามาฮ่า ฟินน์ได้อย่างคล่องแคล่วใช้เกียร์ได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะติดไฟแดงก็กดเกียร์ไปข้างหน้าเพียงครั้งเดียวจากเกียร์ 4 ก็เป็นเกียร์ว่าง จุดหมายแรกคือ วงเวียน 22 กรกฎา หลังจากถึงจุดหมายน้องอู๋ก็โทรศัพท์แจ้งลูกค้าเพียงครู่เดียว ลูกค้าก็เดินมารับของพร้อมชำระเงิน...จากนั้นก็เดินทางต่อผ่านเยาวราช ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่สะพานพระปกเกล้า มุ่งหน้าสู่วงเวียนใหญ่ ก่อนไปเลี้ยวซ้ายเข้าถนนตากสิน เลี้ยวเข้าคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในระแวกนั้น นั่นคือจุดหมายแห่งที่สองที่มาส่งอาหารให้ลูกค้า หลังส่งอาหารเสร็จ น้องอู๋แวะซื้อน้ำดื่มจากนั้นก็นำน้ำดื่มใส่ไว้ที่กล่องเก็บของหน้ารถ จากนั้นก็เดินทางข้ามสะพานสาทรมุ่งสู่ห้างสามย่านมิตรทาวน์เพื่อรอรับออเดอร์อีกครั้ง



     เมื่อมาถึงสามย่านมิตรทาวน์ได้สักพัก น้องอู๋ก็ได้รับออเดอร์อีกหนึ่งรายการ โดยจุดหมายที่สามในวันนี้อยู่แถวๆ ถนนจันทร์-สาทร หลังลูกค้าลงมารับอาหารเรียบร้อย น้องอู๋ก็กลับมาที่รถหยิบน้ำดื่มตรงกล่องเก็บของด้านหน้าจนหมด และหยิบพาวเวอร์แบงก์มาเสียบชาร์จแบตโทรศัพท์พร้อมนำพาวเวอร์แบงก์มาใส่ตรงกล่องเก็บของด้านหน้าแทน ระหว่างนี้น้องอู๋ก็พูดว่า “กล่องเก็บของด้านหน้าแบบนี้สะดวกดีนะครับ ผมชอบ” จากนั้นก็ขี่รถกลับมายังห้างสามย่านมิตรทาวน์อีกครั้ง หลังจากรอออเดอร์อยู่พักใหญ่ น้องอู๋ก็บอกว่า “ผมว่าผมจะหาข้าวทานหน่อยนะครับ” ทำให้ช่วงนี้มีโอกาสได้พูดคุยกันมากขึ้น ซึ่งน้องอู๋ได้พูดถึงงานในวันนี้ว่า “วันนี้แปลกมาก ปกติจะมีออเดอร์เข้าตลอด แต่ทำไมวันนี้มันเงียบๆ ผมถามเพื่อนที่ทำงานแบบนี้เหมือนก็บอกว่า เงียบๆ เหมือนกัน” จากนั้นก็คุยเรื่องส่วนตัวเรื่องงานดนตรีและงานส่งของ “เมื่อวานวิ่งไกลเลยครับจากสามย่านไปบ้านแพร้ว จริงๆ ตอนอยู่แถวบ้านแพร้วก็มีงานอีกอันนึงแต่ไปส่งข้ามจังหวัดเลย แต่ผมไม่ได้รับเพราะกลัวกลับมาไม่ทันเคอร์ฟิว แต่วันนี้กลับไม่ค่อยมีออเดอร์ แปลกมาก นี่ผมก็รีเซ็ทโทรศัพท์ใหม่เผื่อว่าระบบมันจะค้าง แต่ก็เหมือนเดิม ไม่เข้าใจจริงๆ”



     น้องอู๋พูดถึงยามาฮ่า ฟินน์ ที่ขี่ในวันนี้ “แรกๆ ก็สับสนเหมือนกันเพราะใช้ออโต แต่สักพักก็ชินนะครับ ผมว่าฟินน์ขี่ง่ายดีนะ เกียร์ก็นิ่มด้วย โช้คก็ดีนะ คล่องตัว ที่ชอบที่สุดก็ช่องเก็บของด้านหน้ากับสวิทช์กุญแจ ที่มันใช้งานง่ายดีสะดวก”...หลังจากอิ่มกับอาหารแล้ว น้องอู๋ก็ไปนั่งรอออเดอร์อยู่ตรงด้านหน้าห้าง ซึ่งเท่าที่สังเกตจะเห็นบรรดาชาว Food Delivery ยี่ห้อต่างๆ มาจอดรอเพื่อรอรับออเดอร์กันเยอะมาก จนเวลาล่วงเลยมาบ่ายสามโมงครึ่ง น้องอู๋บอกว่า “เราย้ายที่กันเถอะ ไปแถวๆ โลตัสพระราม 1 หรือถ้าไม่มีออเดอร์ก็จะลองไปแถวๆ บิ๊กซีราชประสงค์” แต่เมื่อไปทั้งสองที่แล้วปรากฏว่าไม่มีออเดอร์เข้ามาเลย จนเวลาล่วงเลยมาจนเกือบได้เวลานัดคืนรถ จนวิ่งมาถึงถนนประดิษฐ์มนูธรรมตรงที่จะข้ามแยกเอสซีปาร์ค น้องอู๋ก็บอกกับทีมงานว่า มีออเดอร์เข้ามา จะไปที่ร้านจันทร์หอม อยู่ตรงซอยรามคำแหง 21 ที่สามารถเข้ามาถนนประดิษฐ์มนูธรรมได้ หลังจากรอเมนูอาหารทะเลอยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมง ก็ได้รับอาหารซึ่งออเดอร์ที่สั่งมีจำนวนมาก จากนั้นก็มุ่งหน้าสู่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่เข้าซอยพร้อมพงษ์ วิ่งเข้าจอดส่งอาหารให้ลูกค้าที่คอนโดมีเนียมในซอยนั้น จากนั้นก็เดินทางกลับสู่ยามาฮ่าไรเดอร์สคลับซึ่งเป็นจุดนัดส่งรถคืนพร้อมกับแวะเติมน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ 95 ลงไปเต็มถัง เป็นจำนวนเงิน 40 บาท โดยวันนี้ขับขี่ยามาฮ่า ฟินน์ ตลอดทั้งวันรวมระยะทางทั้งหมด 130 กิโลเมตร ซึ่งก่อนส่งคืนรถน้องอู๋ที่ขับขี่ส่ง Food Delivery Grab บอกว่า “วันนี้ได้ยอดเงินค่าส่งของทั้งหมด 585 บาทครับ ก็ถือว่าโอเคนะครับ ผมมีเงินเหลือติดกระเป๋ามากขึ้นถึง 545 บาทเลยครับ” และเมื่อถามถึงความมั่นใจในการส่งของในแต่ละครั้ง น้องอู๋กล่าวว่า “ปกติเวลาเราเข้าห้างหรือไปตามร้านก็จะมีเจลแฮลกอฮอล์อยู่แล้ว ส่วนตัวผมก็จะพกแมสสวมใส่ และจะดูแลเรื่องความสะอาดของกล่อง ซึ่งกลับบ้านไปเราก็จะเช็คทำความสะอาดให้เรียบร้อย ฉะนั้นจึงมั่นใจกันได้ครับ”



     ล่าสุดสำหรับผู้ซื้อยามาฮ่า ฟินน์ วันนี้ไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 ยามาฮ่าจัดแคมเปญสุดพิเศษ “ฟินน์เต็ม 5 โปรไม่จำกัดระยะทาง” กับการรับประกันทั้งคัน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เพื่อให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์มั่นใจได้มากยิ่งขึ้น ให้ใช้ยามาฮ่า ฟินน์ ได้คุ้มค่ามากที่สุดในช่วงนี้

     ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยในตอนนี้มีผู้ติดเชื้อน้อยลง มาจากการร่วมมือร่วมใจของประชาชนคนไทย ร่วมมือกับทางภาครัฐ ทางคณะแพทย์และบุคคลากรทางการแพทย์ที่ถือเป็นฮีโร่ด่านแรกเพื่อที่จะยับยั้งและจำกัดเชื้อนี้ให้หมดไปจากประเทศไทย ในขณะที่อีกหนึ่งฮีโร่ชาวสองล้อ Food Delivery ที่มีหน้าที่รับ-ส่งอาหารจากร้านอาหารสู่ถึงมือลูกค้าถึงหน้าประตูบ้านทุกคน...อยู่บ้าน หยุดเชื้อ ช่วยชาติ

Powered by MakeWebEasy.com