บอสใหญ่ "ยามาฮ่า เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์" เยือนไทย ยกเป็นศูนย์กลางพัฒนาดาวรุ่ง "เอเชีย-แปซิฟิก" พร้อมให้ความร่วมมือยกระดับโครงการเทียบยุโรป

Last updated: 29 พ.ย. 2568  |  6 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บอสใหญ่ "ยามาฮ่า เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์" เยือนไทย ยกเป็นศูนย์กลางพัฒนาดาวรุ่ง "เอเชีย-แปซิฟิก" พร้อมให้ความร่วมมือยกระดับโครงการเทียบยุโรป

   "ไทยยามาฮ่า" ผู้นำมอเตอร์สปอร์ตไทย เทียบเชิญ อันเดรีย โดโซลี ผู้จัดการฝ่ายมอเตอร์สปอร์ต ยามาฮ่า มอเตอร์ ยุโรป พร้อมด้วย จิอันลูกา มอนติรอน ผู้อำนวยการการแข่งขัน FIM R3 BLU CRU World Cup เยือนไทย พร้อมเข้าชมศึก Yamaha R3 BLU CRU Asia-Pacific Championship 2025 สนามสุดท้าย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ชูไทยเป็นศูนย์กลางพัฒนาดาวรุ่งในเอเชีย พร้อมประกาศความร่วมมือยกระดับโครงการในทวีป "เอเชีย-แปซิฟิก" เทียบเท่าทุกทวีปทั่วโลก

   การแข่งขัน Yamaha R3 BLU CRU Asia-Pacific Championship 2025 สนามสุดท้าย มีขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยเป็น 2 เรซสุดท้ายเพื่อตัดสินแชมป์ประจำปี และจะมีนักแข่ง 2 คนที่ได้รับคัดเลือกเข้าสู่การแข่งขัน FIM R3 BLU CRU World Cup ในฤดูกาลหน้า



   หนึ่งในความพิเศษของสุดสัปดาห์นี้คือ การเดินทางเยือนเมืองไทยของ อันเดรีย โดโซลี ผู้จัดการฝ่ายมอเตอร์สปอร์ต ยามาฮ่า มอเตอร์ ยุโรป และ จิอันลูกา มอนติรอน ผู้อำนวยการการแข่งขัน FIM R3 BLU CRU World Cup ภายใต้การเทียบเชิญของ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด โดยมี คุณวีรพงษ์ ธนากิจจานนท์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายมอเตอร์สปอร์ต ผู้ดูแลโปรเจ็กต์ Yamaha R3 BLU CRU Asia-Pacific Championship และทีมงานให้การต้อนรับ

   อันเดรีย โดโซลี ผู้จัดการฝ่ายมอเตอร์สปอร์ต ยามาฮ่า มอเตอร์ ยุโรป เปิดเผยว่า "เป็นเกียรติอย่างมากที่เราได้มาเยือนเมืองไทย ซึ่งเราได้แบ่งปันความคิดเห็นกับหลายคน ทีม และนักแข่งไทย โดยเฉพาะการได้พบกับฝ่ายจัดการแข่งขัน Yamaha R3 BLU CRU Asia-Pacific Championship ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของเรา แน่นอนว่าเราทำงานร่วมกันกับ ไทยยามาฮ่า ในโปรแกรมพัฒนาการแข่งขันรายการนี้ เพื่อยกระดับให้เทียบเท่ากับทั่วโลก รวมถึงการวางโครงสร้างที่ชัดเจนสำหรับอนาคต"

   "หากมองเข้ามาจะเห็นได้ว่า ยามาฮ่า มีขั้นตอนพัฒนาอย่างมืออาชีพในแต่ละสเต็ป เรามองเห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเรากำลังมองไปถึงการเข้ามามีส่วนร่วมของชาติอื่น ๆ มากขึ้น ซึ่งจุดหมายปลายทางคือการนำแชมป์ของแต่ละทวีปทั่วโลก ไปแข่งขันใน R3 World Cup"

   "สำหรับนักแข่งที่ขยับจากเอเชียไปแข่งขันในยุโรป มันเหมือนออกจากคอมฟอร์ตโซน ไปสู่ความเข้มข้น จริงจังในการแข่งขัน คือมันมีวัฒนธรรมที่แตกต่าง เป็นไลฟ์สไตล์ที่ต่างออกไป นั่นคือขั้นตอนแรกที่ต้องปรับตัวให้ได้ ซึ่งโปรแกรมของเราคือการเข้าไปช่วยฝึกในเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่ในสนาม แต่เริ่มจากแนวความคิด ทัศนคติแบบมืออาชีพ"



   "แต่สิ่งหนึ่งที่ยากต่อการฝึกฝนนักแข่งในเอเชีย คือความคุ้นเคยกับคาแร็กเตอร์สนามในยุโรป เพราะเราแข่งขันกันปีละ 6 สนามเท่านั้น นี่คือสิ่งสำคัญมากที่เราต้องจัดการแผนในการฝึกฝนให้ลงตัวที่สุด ทั้งก่อนแข่ง-ระหว่างแข่ง-หลังแข่ง โดยเราได้เริ่มปรับปรุงในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นโปรแกรม 2 ปีสำหรับนักบิดที่เป็นแชมป์ในแต่ละทวีปจะก้าวขึ้นไปแข่งใน เวิลด์คัพ"

   จิอันลูกา มอนติรอน บอสใหญ่ของการแข่งขัน R3 World Cup เปิดเผยว่า "แน่นอนว่าเราได้เห็นการทำงานที่มีมาตรฐานของฝ่ายจัดการแข่งขัน Yamaha R3 BLU CRU Asia-Pacific Championship ในสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งนั่นก็พิสูจน์ถึงงานที่ ไทยยามาฮ่า ทำได้เป็นอย่างดี และก็ได้ 2 นักแข่งที่ทำผลงานดีที่สุดในฤดูกาล 2025 เพื่อไปแข่งขันใน R3 World Cup"

   "เราเดินทางมาที่นี่เพื่อหารือกันถึงแนวทางพัฒนาในอนาคตสำหรับโครงการนี้ และเริ่มต้นโอกาสต่าง ๆ สำหรับการจัดการบริหาร ซึ่งหากให้ประเมินถึงศักยภาพของ Yamaha R3 BLU CRU Asia-Pacific Championship ก็ต้องบอกว่าอยู่ในระดับสูงเลย"



   "เป้าหมายของเราที่วางไว้สำหรับนักแข่งทุกคน รวมถึงนักแข่งจาก เอเชีย-แปซิฟิก คืออยากเห็นพวกเขาชนะในการแข่งขัน นั่นคือภารกิจสำคัญของโครงสร้าง R3 World Cup ทั่วโลก แต่ก็ต้องยอมรับว่าในยุโรป มีมาตรฐานด้านกีฬามอเตอร์สปอร์ตในระดับสูง แต่การที่เรามาที่นี่ก็เพื่อมองหาแนวทางในการยกระดับนักแข่งเยาวชน และนั่นคืองานที่เราต้องทำให้ได้"

   "จริง ๆ แล้วโปรแกรมการฝึกซ้อมต่าง ๆ ของ R3 BLU CRU ในแต่ละทวีปคล้ายคลึงกันมาก รวมถึงใน R3 World Cup ด้วย แต่จากภูมิประเทศที่แตกต่าง และสนามแข่งที่ต่างกัน ทำให้ยากต่อนักแข่งในการปรับตัวเนื่องจากเงื่อนไขเหล่านี้ เรามีการแข่งขัน 6 เซอร์กิตที่แตกต่าง สำหรับนักแข่งแล้วมันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน ที่เราเริ่มต้นโครงการนี้กับ เทรนนิ่ง แคมป์ ซึ่งเด็ก ๆ ได้เริ่มต้นฝึกกับนักบิดยามาฮ่าใน เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ ตลอด 3 วัน ก็เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเรียนรู้ได้ดีขึ้น และปรับตัวได้เร็วขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะวิธีการเคลื่อนไหวร่างกายกับสนามรูปแบบต่าง ๆ"

   นายวีรพงษ์ ธนากิจจานนท์ ผู้จัดการฝ่าย มอเตอร์สปอร์ต บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า "จากที่เราได้ส่งเด็กไปแข่งมา 2-3 ปี เราพบว่าเด็กเอเชียเป็นรองในเรื่องความคุ้นเคยกับตัวรถแข่งซึ่งมีสเปกแตกต่างกัน รวมถึงคาแรกเตอร์ของสนามที่ต่างกัน การที่เราเชิญทั้ง 2 ท่านมาชมการแข่งขันในไทย ทั้ง คุณอันเดรีย และ คุณจิอันลูก้า ถือเป็นการได้หารือข้อมูลด้านการเซ็ตติ้งรถแข่ง และรูปแบบการจัดการแข่งขันที่จะช่วยให้นักแข่งจากเอเชียพร้อมมากขึ้น มีความคุ้นเคยมากขึ้นในการเข้าร่วมการแข่งขัน R3 World Cup ในครั้งต่อ ๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นช่วงล่างของตัวรถอาจเป็นสเปกเดียวกัน มิติตัวรถอาจปรับให้เหมือนกัน และรวมถึงไปการแบ่งปันผู้ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์การแข่งขันให้เราด้วย"

   "นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยถึงการส่งผู้ฝึกสอนจากยุโรป มาเพิ่มทักษะให้กับ Yamaha R3 BLU CRU Asia-Pacific Championship รวมไปถึงอาจมีการสลับตัวนักแข่งเพื่อเชิญมาแข่งกับเรา เพื่อยกระดับมาตรฐานของเกมให้สูงขึ้น นั่นทำให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ทั้ง 3 ภูมิภาคทั่วโลกของ R3 World Cup ให้เป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น ในตอนนี้เด็กเรามีศักยภาพเพียงพอสำหรับท็อปเท็น แต่อนาคตผมเชื่อว่าการลุ้นโพเดียมจะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้มากขึ้น"

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้